วันพุธที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ใช้กากน้ำตาลกำจัดแมลงศัตรูพืช

1.นำขวดน้ำพลาสติกมาเจาะช่องตรงกลางออกทั้ง 2 ฝั่ง ให้มีความกว้าง 2 นิ้ว ยาว 2 นิ้ว



2.เติมกากน้ำตาลลงไปในขวดจำนวน 2 ช้อนโต๊ะแล้วเติมน้ำเปล่าตามลงไปให้เต็มขวด

3.นำขวดพลาสติกไปปักแขวนกับเสาหลัก ไว้ให้ทั่วทั้งแปลง
วิธีนี้จะเป็นการล่อแมลงทุกชนิดให้หันมาสนใจดูดกินน้ำตาลมากกว่าใบผัก แมลงบางตัวเมื่อบินมาเกาะกินแล้วก็จะตกลงไปตายเองก็มีเหมือนกัน จึงทำให้แปลงผักที่นี่ไม่มีแมลงมากัดกินใบผัก ทำให้ไม่ต้องใช้สารเคมีในการฆ่าแมลง

กำจัดแมลงรบกวนกล้วยไข่

เทคนิคการใช้ถุงพลาสติกคลุมกล้วยให้สีและผิวสวย 
การป้องกันคือ เมื่อปลีกล้วย อายุ 1 เดือน ให้นำพลาสติกสีฟ้ามาห่อปลีกล้วยไว้โดยมัดที่เครือกล้วยด้านบนสุด ห้ามปิดก้นถุง วิธีนี้ป้องกันแมลงมากัดกินน้ำเลี้ยงได้ และ ทำให้ผิวกล้วยมีสีนวลน่ากิน ราคาก็ง๊าม งาม


การป้องกันแมลงกัดกินน้ำเลี้ยงในสวนกล้วย 
ให้ตัดต้นกล้วยที่โทรมเป็นท่อนๆ นำมาวางกองไว้ข้างกอกล้วย เมื่อแมลงได้กลิ่นก็จะมากัดกินน้ำเลี้ยง ทิ้งไว้ประมาณ 1 สัปดาห์ก็นำยาฆ่าแมลงมาฉีดพ่น

 

 

เทคนิคการกำจัดเพลี้ยไฟสูตรเร่งด่วน



        คุณแดง  มูลสานเกษตรกรผู้มีความเชี่ยวชาญในการปลูกผักปลอดสาร  โดยได้มีการนำภูมิปัญญาและองค์ความรู้ต่างๆที่ตนมีอยู่มาผสมผสานกับความรู้ที่ได้รับจากการเข้าอบรมสัมมนา  กับหน่วยงานต่างๆมาประยุกต์ใช้ร่วม  ซึ่งจะเน้นในส่วนของการลดต้นทุนนอกจากนั้นก็ได้มีการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการประกอบอาชีพและการดำเนินชีวิตในประจำวัน
 

เทคนิคการกำจัดเพลี้ยไฟสูตรเร่งด่วน
 
วัตถุดิบ
1.พริกขี้หนูสด1กก.
2.น้ำเปล่า1ลิตร
 
วิธีการทำ
-นำพริกขี้หนูสดมาโขลกหรือปั่นให้ละเอียด  จากนั้นก็นำมาผสมกับน้ำคนให้เข้ากันทิ้งไว้24ชั่วโมง  จากนั้นก็กรองด้วยผ้าขาวบาง  เสร็จแล้วเติมน้ำลงไปอีก1ลิตรก็สามารถนำไปใช้ได้(ไม่ต้องผสมน้ำอีก)
วิธีการใช้
-นำไปฉีดพ่นสัปดาห์ละ1ครั้ง
 
ที่มา :รักบ้านเกิด

สมุนไพรกำจัดหนอนกระทู้และหนอนชอนใบ

 สมุนไพรกำจัดหนอนกระทู้และหนอนชอนใบ
 วัตถุดิบ
-ฟ้าทะลายโจร  จำนวน  1กิโลกรัม
-เปลือกมันสำปะหลัง  จำนวน  1กิโลกรัม
-เปลือกแค  จำนวน  1กิโลกรัม
-หางไหล  จำนวน  1กิโลกรัม
-ตะไคร้หอม  จำนวน 1กิโลกรัม
-หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น  จำนวน 1กิโลกรัม
-น้ำสะอาด  จำนวน  15  ลิตร
-กากน้ำตาล  จำนวน 1กิโลกรัม


วิธีการทำ
-นำสุมนไพรทุกชนิดมาหันหรือสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ  จากนั้นก็นำไปคลุกเคล้ากันในถังหมัก  แล้วก็เทกากน้ำตาลลงไปตามด้วยจุลินทรีย์เข้มข้นลงไป  คนให้เข้ากัน  ตามด้วยน้ำสะอาดลงไป  แล้วปิดฝาถังหมักทิ้งไว้ในที่ร่ม  นาน 45วัน  จึงกรอกเอาแต่น้ำมาใช้ฉีดพ่นในการป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้และหนอนชอนใบในนาข้าวได้เป็นอย่างดี

วิธีใช้
-น้ำหมักจำนวน 1ลิตร  ต่อน้ำ 100ลิตร  นำไปฉีดพ่นในบริเวณที่มีการทำลายของหนอนกระทู้และหนอนชอนใบนั้นเอง

ภูมิปัญญาจาก : คุณวิเชียร  โชติเฉลิมพงษ์ เกษตรกร ต.สิงหนาท อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา
แหล่งที่มาของข้อมูล :  ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *1677 เครือข่ายสถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน

สูตรสมุนไพรกำจัดแมลงวันทอง

สูตรสมุนไพรกำจัดแมลงวันทอง
วัสดุอุปกรณ์
สะเดา  สาบเสือ ตะไคร้ ใบยูคา  ผักบุ้ง ผักกาด นำผักและสมุนไพรทุกตัวมารวมกันให้ได้น้ำหนัก 5 กิโลกรัม / กากน้ำตาล 1 ลิตร / น้ำ EM 2 ลิตร / ถัง 100 ลิตร พร้อมฝาปิด
วิธีการทำ
นำผักทุกชนิดที่เตรียมไว้สับให้ละเอียด จำนวน 5 กก.+กากน้ำตาล+น้ำ EM คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักใส่ถังปิดฝาให้สนิท หมักไว้ 2-3 เดือน
วิธีการใช้
กรองเอาน้ำหมักที่ได้ 5 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 50 ลิตร ฉีดพ่นในแปลงผักได้ทุกชนิดจะสามารถไล่แมลงต่างๆ ไม่ให้มากัดกินแปลงผักได้

สูตรน้ำยาล้างจานด้วยสมุนไพรพร้อมขับไล่แมลงในสวน




สูตรน้ำยาล้างจานด้วยสมุนไพรพร้อมขับไล่แมลงในสวน
วัสดุอุปกรณ์มีดังนี้
1.ผลมะกรูดผ่าครึ่ง 3 กก.
2.มะขามเปียก 3 กก.
3.หัวเชื้อน้ำยาล้างจาน ( เอ็น 70 ) 2 กก.
4.ถังขนาด 30 ลิตร พร้อมฝาปิด 1 ถัง
5.น้ำเปล่า 10 ลิตร

วิธีการทำ
นำส่วนผสมทั้งหมดมาหมักรวมกัน คนจนส่วนผสมทั้งหมดละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ใส่ภาชนะปิดฝา ทิ้งไว้ 1 – 2 อาทิตย์ ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้


วิธีการนำไปใช้และประโยชน์
1.กรองเอาน้ำที่ได้จำนวน 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำเปล่า 1 ลิตร นำมาล้างจานเพื่อขจัดคราบสกปรกต่างๆได้เลย
2.สำหรับวิธีการไล่แมลง สามารถทำได้อย่างง่ายๆคือ นำเอาน้ำยาที่ได้ 2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ 5 ลิตร ฉีดพ่นพืชผักสวนครัวเพื่อขับไล่แมลงที่มากัดกินพืชได้ โดยไม่มีสารพิษตกค้างแต่อย่างใด

การเลี้ยงปูดำ



“ปูดำ” เป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่าสัตว์น้ำประ เภทอื่น ปัจจุบันปูดำกำลังได้รับความนิยมในการบริโภคสูง การจับปูดำจากธรรมชาติอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคทำ ให้ราคาในท้องตลาดค่อนข้างสูงโดยเฉพาะปูไข่ ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ ประมาณ 250-350 บาท ฉะนั้น การที่ภาครัฐได้ส่งเสริมให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงปูดำเพื่อทดแทนการจับจาก ธรรมชาติจะเพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ และจะช่วยสร้างอาชีพและรายได้ให้แก่เกษตรกรได้เป็นอย่างดี
โดยล่าสุดทางกรมประมง โดยสำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี ได้เล็งเห็น ศักยภาพของราษฎรในพื้นที่ชุมชนบาลา ดูวอ หมู่ที่ 2 ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี ในการเพาะขยายพันธุ์ปูดำ จึงได้เข้าไปส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงปูดำในตะกร้าแก่เกษตรกรซึ่งดำเนินการมา ตั้งแต่ ปี 2550 จนถึงปัจจุบันมีการรวมกลุ่มโดยมีสมาชิกจำนวน 24 ราย สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยให้แก่ชุมชนได้ประมาณ 7,000-10,000 บาทต่อเดือน
สำหรับการเลี้ยงปูดำ ทางสำนักงานประมงจังหวัดปัตตานีแนะนำว่าควรเลือกทำเลที่เป็นบริเวณชายฝั่ง หรือบริเวณปากแม่น้ำ ไม่มีคลื่นลมแรง กระแสน้ำไม่เชี่ยว ปลอดภัยจากภาวะมลพิษ ส่วนการทำตะกร้าและการทำแพนั้น ตะกร้าที่ใช้จะเป็นตะกร้าพลาสติกมีขนาดประมาณ 40x60x15 เซนติเมตร สำหรับแพใช้ท่อพีวีซีเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 1-2 นิ้ว ปิดปลายทั้ง 2 ข้าง แล้วต่อให้เป็นแพยาวประมาณ 10-20 เมตร
ใช้ไม้วางพาดขวางยึดท่อให้มีระยะห่างพอดีรองรับกับตะกร้าที่ใช้บรรจุปู ขนาดของตะกร้าที่ใช้บรรจุปูกว้างประมาณ 22 เซน ติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร สูงประมาณ 16 เซนติเมตร โดยการเลี้ยงจะใส่ปู 1 ตัวต่อ 1 ตะกร้า ขนาดลูกปูตั้งแต่ 6.0-7.5 เซนติเมตร สำหรับตะกร้าที่ใช้จะเป็นแบบ 2 ใบมาประกบกัน เพื่อป้องกันแสงแดดและความร้อน ที่สำคัญคือป้อง กันไม่ให้ปูหนีออกจาก ตะกร้า ทั้งนี้ตะกร้า ด้าน บนควรเจาะรูไว้สำหรับให้อาหารปูด้วย โดยให้ปลาเป็ดที่หั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาด 1-2 นิ้ว วันละ 1 ครั้ง
การเลี้ยงปูดำของชุมชนบาลาดูวอ เพื่อการจำหน่ายมี 3 แบบ คือ ปูนิ่ม ปูไข่ และปูเนื้อขนาดใหญ่ แต่ส่วนใหญ่ปูไข่จะเก็บไว้ เพื่อขยายพันธุ์ ซึ่งจะ มีร้านอาหารในพื้นที่มารับซื้อทุกวัน โดยราคาปูนิ่ม และปูไข่จะจำหน่ายประมาณกิโลกรัมละ 250 บาท ถ้าเป็นปูขนาด รุ่นจัมโบ้จะจำหน่ายได้ราคามากหน่อย คือ กิโลกรัมละ 270-280 บาท แต่ทางชุมชนจะเก็บปูนิ่มขายเป็นส่วนใหญ่ เพราะใช้ระยะเวลาเลี้ยงเร็ว ประมาณ 2 อาทิตย์ เมื่อปูลอกคราบก็สามารถเก็บจำหน่ายได้แล้ว ซึ่งถ้าปล่อยให้เป็นปูเนื้อ หรือปูไข่ จะใช้ระยะเวลานานกว่า 1 เดือน ขณะนี้ผลผลิตปูดำของชุมชนบาลาดูวอยังจำหน่าย ได้ปริมาณน้อย เนื่องจากเพิ่งเริ่มดำเนินการได้ไม่นาน ทำให้มีปูจำหน่ายไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า ซึ่งขณะนี้ทางชุมชนกำลังเพิ่มปริมาณการเลี้ยงให้มากขึ้น
เกษตรกรท่านใดสนใจวิธีการเลี้ยงปูดำในตะกร้า สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดปัตตานี กรมประมง โทรศัพท์ 0-7334-9591,0-7334-9892 ในวันและเวลาราชการ.

ที่มา : นสพ เดลินิวส์